recover

posted on 10 Apr 2008 13:34 by springwaltzlady

ตอนนี้อาการป๋วยของยายดีขึ้นบ้างแล้ว

วันนี้เลยมาตรวจสุขภาพที่ abac

แต่ก้ยังเหนื่อยอยู่ เลยขึ้นหอก่อน อาหะ

ทำไมเปิดประตูไม่ออก บ้าจิง

นั่งงมหอยอยู่นาน เอาเหอะ ไปห้องเมก่อน

กีอกก๊อก เม แกห้องเราเปิดไม่ออก

เมก็งงเหยจิงอะ เมเลยบอกเดี๋ยวโทรเรียกพี่เขาขึ้นมาดู

โทรไม่ติดอีก

เลยตกลงกันว่าเดี๋ยวไปดูข้างล่าง

แล้วเมก้ไปเตรียมเก็บของ เพราะจะไปบ้านป้าวันนี้

ก่อนจะไปลงลิฟ พวกเราได้ลองเปิดดูอีกครั้งและในที่สุดก้เปิดออกอย่างยากลำบาก ตอนแรกนึกว่าจบเรื่อง

แต่พอไอตอนจะปิด ดั้นกลับปิดไม่ได้อีก เห้ยยยยยยยยย

อารมเสียลงไปแจ้งพี่ยามขึ้นมาดูอีกรอบก้เปิดไม่ได้พี่เขาเลยบอกโอเคเดี่ยวตามช่างมา

เราเลยออกไปกินข้าวกันก่อน

 

และท้ายที่สุดเราก้ได้ทราบถึงต้นตอปัญหา มันคือ       เม็ดมะขาม ซึ่งใครมากินทิ้งไว้ก้ไม่รู้ติดอยู่ที่ ซอกประตู

เว้ยยแม่เจ้า เล่นคิดไปถึงนู้นแนะ ก้ว่าอยู่ใ ครจะบ้าปีนขึ้นมางัดถึงชั้น 9

เอาเป้นว่าโล่งอกไป แล้วก้ไปส่งเมกลับบ้าน

 

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่ามองข้ามจุดเล็กเล้กในการแก้ปัญหา มิฉะนั้นเรื่องเล้กจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โดยใช่เหตุ

เช่นเหตุการนี้

 

sick

posted on 08 Apr 2008 09:20 by springwaltzlady

ช่วงนี้กลับมาอยู่บ้าน

เป้นอีกเดือนที่ยุ่งมากมาก

ประการแรกเป้นเรื่องของโรคที่มารังควานคุณยาย

ตอนแรกก็นึกว่ามดกัด แต่พอไปหาหมอ ท่านบอกว่า

เป็นเริมชนิดหนึ่ง อาจไม่หนักขั้นงูสวัด แต่ก็ใกล้เคียงเพราะเป็นโรคพี่โรคน้อง

หลายคนอาจสงสัยว่าร้ายแรงแค่ไหน ให้เปรียบเทีบยคงประมาณอีสุกอีใส

คือมีผื่นขึ้นเม็ดขนาดเล็กจนถึงเม็ดเบ้อเร้อ ของยายเราขึ้นที่หน้าลามไปถึงหัว รวมถึงในช่องปาก

เห็นแล้วสงสารมากมากโดยเฉพาะเวลาทานข้าว

โรคนี้ถ้าร่างกายแข็งแรง ก็ไม่มีปัญหา เพราะเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส

เมื่อเชื้อหมดฤทธิ์ก็จะหายเอง แต่ที่ทรมานก็ตรงที่ ต้องรอให้ฤทธิ์ขึ้นสุดๆก่อน ซึ่งก้ไม่รู้่ว่าเมื่อไหร่

โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ยิ่งยายเรานี้ เห้อ ไม่มีภูมิต้านทานแล้วอายุก็ปาไป แปดสิบ

ดังนั้นควรทำร่างกายให้แข็งแรงไว้ ทั้งออกกำลังกาย เรื่องอาหาร และผักผ่อนให้เพียงพอ

ส่วนเรื่องการรักษา คุณหมอก้ให้ ยาหลายตัวมาบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน

แล้วก็สุดยอดสมุนไพรอย่างสเลดพังพอนมาทามีสรรพคุณแก้ร้อนใน ลดอาการบวมได้ดี

 

หวังว่าอาการของท่านจะหายเร็วๆ

10.31 home

 

 

the last mimzy

posted on 02 Apr 2008 15:47 by springwaltzlady

วันนี้ได้มีโอกาสไปดูหนังที่ mini theater ของมหาลัยเรื่อง มิมซี่ กล่องมหัศจรรย์พิทักษ์โลก

เป้นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กสองคนพี่น้องที่บังเอิญไปพบกับ สิ่งประดิษฐ์ที่มาในรูปตุ๊กตาและ วัตถุต่างๆที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ที่จริงแล้วมิมซี่คือสิ่งที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงโดยครึ่งหนึ่งเป็นเครื่องยนต์ อีกครึ่งหนึ่งเป็นอวัยวะมนุษย์  ที่ถูกส่งมาจากอนาคต เพื่อมาตามหาตวามบริษุทธิ์ของมนุษย์ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอดีต เพื่อคืนความเป็นคนและโลกใบนี้ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง 

อันเป้นสัญญาณเตือนว่า หากมนุษย์ยังคงยึดติดกับเทคโนโลยีและสังคมเมืองที่มีแต่ชีวิตวุ่นวาย ในอนาคตโลกของเราจะไม่เหลือความสงบสุข ทุกคนหวาดระแวงกับสิ่งรอบกาย และความสุขจะเป้นเพียงคำคำหนึ่งที่คนรุ่นต่อต่อไปอาจไม่มีโอกาสได้สัมผัส

ความคิดพื้นฐานของเดอะ ลาสต์ มิมซี่ คือถ้าคนเราหยุดมองรอบตัวด้วยดวงตาที่เปิดกว้างจะเห็นว่ามีหลายอย่างที่น่าวิตก ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่ยังมีเรื่องสังคมด้วย ทุกวันนี้เราถือเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ไว้ตลอดเวลา และถูกมันคุกคาม เด็กๆ หมกมุ่นอยู่กับเกมคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ และอินเตอร์เน็ต แต่ละบ้านเปิดโทรทัศน์เป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แม้จะปิดเสียงไว้ก็ตาม จอวิดีโอมีอยู่ทุกหนทุกแห่ง ข่าวสารมีแต่เรื่องความตาย เสียงเครื่องใช้อิเล็กทรอนิกส์รบกวนชีวิตเราทั้งภายนอกและภายใน หูเราเริ่มเบิกกว้าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ส่งเสียงเรียกเราตลอดเวลา แล้วเราก็เริ่มปลีกตัวออกจากกันอย่างช้าๆ

เมื่อความห่างเหินดำเนินไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เราอาจไม่ต้องการความบริสุทธิ์ในจิตใจอีกต่อไป และถ้าหากเป็นอย่างนั้นมนุษย์เรากำลังตกอยู่ในปัญหาใหญ่

ฝังแล้วก้อาจจะงงงง แต่อยากบอกว่าถ้าได้มีโอกาสดูเป้นหนังที่สนุกมาก มีครบทุกรสและจัดอยู่ได้ในหลายหลายประเภท สะท้อนแง่มุมหลายหลายมุมเด้กดูก้ได้ผู้ใหญ่ดูก้ดี แหมโปรโมทใหญ่ ดีจิงจิงน้า

 

The Last Mimzy

4.27 p.m.abac

 

edit @ 4 Apr 2008 10:55:26 by minto